ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
*

หน้า: [1]   ลงล่าง
ส่งหัวข้อนี้
ผู้เขียน หัวข้อ: ความเข้าใจเกี่ยวกับ พระเครื่อง-พระบูชา  (อ่าน 1377 ครั้ง)
โชคมณเทียร
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1025


อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 02:07:39 PM »


คำว่าพระเครื่อง-พระบูชา หมายถึงรูปประติมากรรม ที่สร้างขึ้นแทนองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่เคารพ-สักการะของสาธุชนคนไทยทั่วๆ ไป บางครั้งรูปเคารพอาจจะสร้างขึ้นในหลายรูปแบบหรือหลายอริยาบท และสร้างขึ้นตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่โตก็มี บางทีสร้างเป็นรูปคณาจารย์ อาจารย์ ซึ่งใช้วัสดุหลายอย่างหลายประเภทสร้างขึ้น สำหรับรูปขนาดเล็กที่สามารถนำติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย เลี่ยมใสสร้อยแขวนคอ หรือกลัดติดกระเป๋าไปในทุกสถานที่เราก็เรียกสิ่งเคารพเหล่านั้นว่า พระเครื่อง ต้นตระกูลของพระเครื่อง-บูชา คือธรรมของสมเด็จองค์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเอง

ส่วนพระบูชานั้น โดยมากมีขนาดใหญ่โต มโหฬาร มักจะตั้งบูชาอยู่กับบ้านกับเรือนหรืออยู่กับวัดวาอารามต่างๆ อันเป็นสิ่งที่คนไทยหรือสังคมไทยเราทุกผู้ทุกนามให้ความเลื่อมใสศรัทธา มีการเคารพกราบไหว้บูชาสักการะเพื่อขอพร อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจที่คนไทยเราทุกคนถือกันว่า พระบูชา-พระเครื่องนั้น เป็นของวิเศษ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันเหลือเชื่อ บางครั้งมีมหาอุตย์ มีแคล้วคลาดกับอุบัติเหตุได้ ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงได้ มีเมตตามหานิยมอยู่ยงคงกระพัน ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า กลิ่นคาวเลือดไม่ปรากฏ รถชนไม่ได้รับอันตราย ทำมาค้าขายขึ้น ตกเครื่องบินไม่ตายเรืออับปางกลางทะเลลึกยังรอดมาได้ (ตึกพังมาทับมีทั้งตายและไม่ตาย) อะไรทำนองนี้ เราเรียกเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจนั้นว่าพระเครื่อง-พระบูชา พระเครื่องเป็นเรื่องของความเร้นลับที่ไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ เป็นเรื่องของความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาของเรา สังคมหนึ่งอาจจะมองไปว่าเป็นเรื่องของการงมงาย แต่อีกสังคมหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่สามารถยึดเหนี่ยว หรือเหนี่ยวรั้งให้เราทำดีได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงแน่บาปบุญ มีแน่ เวร-กรรม มีแน่ ทำได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่ ทุกชีวิตที่เกิดมาแต่ละคนมีบุญวาสนาไม่เหมือนกัน แต่มีการเกิดการแก่การเจ็บการตายเหมือนกันทุกคน มีบางคนกล่าวว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" นั้นเป็นความคิดของมหาโจรองคุลีมารเป็นเรื่องของคนงมงายชนิดหนึ่ง พูดไป 3 ปีก็คงไม่จบไม่สิ้น เช่นเดียวกับพระเครื่องที่พูดต่อไปนี้นี่แหละ

เรื่องพระเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระศาสนา ศาสนาของเราเจริญรุ่งเรืองมาได้ก็เพราะคนในชาติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติควรและมีความเชื่อมั่นในหลักธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราท่านทั้งหลายต่างก็เคารพสักการะกันอยู่ทุกวันนั่นเอง

ในสมัยโบราณ มีการบรรจุพระเครื่องและพระบูชา ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนา และเพื่อเป็นพุทธบูชาแก่วงศาคญาญาติที่ล่วงลับไปแล้ว คนรุ่นหลังได้เอาเยี่ยงอย่างสืบทอดเจตนารมณ์กันต่อมา เป็นการสืบสานสัมพันธ์มาตั้งแต่ดั้งเดิมให้คงมั่นตลอดไปอันเป็นประเพณีที่มีมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ และจะมีต่อไปในอนาคตกาลอันยาวไกล จึงได้มีการบรรจุไว้ตามพระเจีดย์ต่างๆ ตามสถูป ตามศาสนสถาน ตามโบสถ์ ตามวิหาร ตามฐานชุกชี (ใต้พระประธาน) ตามพระปรางค์ต่างๆ อย่างมากมาย ตามที่ปรากฏมีการขุดค้นพบกันมาแล้วอย่างมากมายทั่วประเทศ

วัสดุที่ใช้สร้างนั้นมีด้วยกันหลายชนิด เช่น สร้างด้วยเนื้อดิน , สร้างด้วยเนื้อชิน, สร้างด้วยเนื้อโลหะ, สร้างด้วยเนื้อสำริด,สร้างด้วยเนื้อทองคำ, สร้างด้วยเนื้อเงิน, สร้างด้วยเนื้อว่าน, สร้างด้วยเนื้อตะกั่ว, สร้างด้วยเนื้องา สร้างด้วยเนื้อแก้ว, สร้างด้วยหิน และอื่นๆ

ซึ่งแต่ละอย่างแต่ละชนิด ผู้สร้างหรือศิลปะยุคสมัย ขึ้นอยู่กับการเวลาและช่างผู้ออกแบบการสร้าง อายุการสร้างหรือศิลปะของพระแต่ละสมัยนั้นโดยมากเรียงลำดับดังนี้ ศิลปะลังกา, ศิลปะธิเบต, ศิลปทวาราวดี, ศิลปะลพบุรี, ศิลปะศรีวิชัย,ศิลปะเชียงแสน, ศิลปะสุโขทัย, ศิลปะอยุธยา, ศิลปะรัตนโกสินทร์ (ปัจจุบัน) เมื่อสร้างเสร็จแล้วโดยมากมักจะบรรจุอยู่ตามกรุตามที่กล่าวข้างต้น เช่นพระเจดีย์ ตามพระปรางค์ค่างๆ แล้วแต่ผู้บรรจุจะเห็นสะดวก

คำว่าพระกรุนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายร้อยหลายพันกรุในประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน
ยิ่งเป็นพระบูชาแล้ว ทางภาคอีสานของไทยมีมากที่สุด ยิ่งเป็นเทวรูปด้วยแล้วนับได้ว่าภาคอีสานมีมากกว่าภาคอื่นๆ ส่วนพระเครื่อง (ที่มีขนาดเล็ก) ที่บรรจุในกรุต่างๆ ทั่วๆ ไป ก็มีเช่น ลำพูน, เชียงใหม่, สุโขทัย, น่าน, ตาก,อุตรดิตถ์,เชียงราย,กำแพงเพชร,พิษณุโลก,นครสวรรค์,ชัยนาท, สุพรรณบุรี, สิงห์บุรี, นครปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี, ลพบุรี, อยุธยา เป็นต้น

ในแต่ละกรุนั้นมีพระตามยุคตามสมัย ตามศิลปะไม่เหมือนกัน เอาพระที่เขานิยมกันมากมากนะครับ เช่น พระรอดกรุมหาวัน (ลำพูน), พระร่วงรางปืน กรุสวรรคโลก (สุโขทัย), พระชินราชใบเสมา(พิษณุโลก) พระนางพญา(พิษณุโลก)พระท่ามะปรางค์เมืองกำแพง พระซุ้มกอเมืองกำแพง, พระทุ่งเศรษฐีเมืองกำแพง,พระนางวัดหัวเมืองนครสวรรค์,พระกำแพงสรรค์นั่งยืน(ชัยนาท), พระผงสุพรรณ (สุพรรณบุรี), พระประหนังอยุธยา, พระหูยานลพบุรี (ลพบุรี), พระร่วงนั่งกรุวัดกลาง (นครปฐม), พระท่กระดาน กรุกาญจนบุรี, พระหูยานเขาสมอปรือ(เพชรบุรี) พระสมเด็จบางขุนพรหม(กทม.) เหล่านี้เป็นต้น เป็นพระที่นักนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายชื่นชอบและรู้จักกันดีทั่วๆไป

ในสมัยโบราณไม่มีการเช่าบูชา(ซื้อ-ขาย) เหมือนในปัจจุบัน ทุกวันนี้พระเครื่องและพระบูชาหรือวัตถุมงคลของพระคณาจารย์ต่างๆ เหมือนสินค้าชนิดหนึ่งไปแล้ว จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ และสนนราคาก็แสนจะแพงลิบลิ่วชะอีกด้วยเช่น พระสมเด็จพุทธาจารย์โต พรหมรังสี (วัดระฆัง) พระรอดกรุมหาวันเมืองลำพูน พระทุ่งเศรษฐี เมืองกำแพง พระผงสุพรรณเมือง สุพรรณบุรี พระนางพญาเมืองพิษณุโลก พระดังกล่าว 4-5 อย่างนี้เรียกว่าชุดเบญจภาคี สนนราคาในปัจจุบันราคาหลักแสนหลักล้าน (ราคาเป็นแสนเป็นล้าน) เพราะเป็นพระที่หายากยิ่งเกือบจะพูดได้ว่าเศรษฐีมั่งมีเงินทองเท่านั้นจึงจะมีได้ เรียกว่าเป็นพระยอดนิยมสูงสุดในปัจจุบันหายากยิ่งเหมือนงมเข็มในมหาสุมทร และจะไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาด (ตลาดพระ)นอกจากจะอยู่ในรังของผู้มั่งคั่งทั้งหลายเท่านั้น

ไม่เฉพาะพระที่กล่าวข้างบนนี้เท่านั้น ยังมีพระเครี่องจำนวนไม่น้อยที่มีคุณค่ามากมายมหาศาลทั่วๆไป เช่น พระหูยานลพบุรี พระปรุหนังอยุธยา พระขุนแผนเคลือบกรุวัดป่าแก้ว (วัดพระยาไทย) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวัดใหญ่ชัยมงคล(วัดนี้เรียกชื่อได้ 3 ชื่อก็ได้) เป็นพระขุนแผนที่มีราคาเป็นแสนเป็นล้าน พระวัดตระไกรหน้าครุฑอยุธยา พระมเหศวร สุพรรณบุรีพระท่ามะปรางค์ เมืองกำแพง พระร่วงนั่งหลังลิ่ม สุโขทัย พระชินราชใบเสมา พิษณุโลก ฯลฯ ต่างก็เป็นพระเครื่องที่ประชาชนมีความเลื่อมใสศรัทธา เพราะเชื่อมั่นในอานุภาพอิทธิฤทธิ์นานาประการที่มีอยู่ในองค์พระนั้นนั่นเอง ยิ่งเป็นพระสมเด็จพุฒาจารย์(แท้) ด้วยแล้วสนนราคาเรือนหมื่น เรือนแสน เรือนล้าน (หลักหมื่น, หลักแสน, หลักล้าน) คนที่มีไว้ในครอบครองต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี มิฉะนั้นท่านอาจจะถูกแย่งชิง จี้ปล้นเอาง่ายๆ บางครั้งก็มีการตายด้วยเรื่องของพระสมเด็จก็มี (โดยอ่านพบในหน้าหนังสือพิมพ์) ฉะนั้นผู้มีไว้ในครอบครองอย่าโอ้อย่าอวด ประเดี๋ยวมหาวายร้ายมันจะทุบหัวเอา ท่านต้องรักษาพระของท่าน

พระสมเด็จมีทั้งบรรจุกรุและไม่บรรจุกรุ (ของวัดระฆังไม่บรรจุกรุ ของบางขุนพรหมบรรจุกรุ) เพราะฉะนั้นจึงแตกต่างกันตรงที่มีคราบกรุกันไม่มีคราบกรุ พระสมเด็จเป็นพระที่มีระดับมีคุณค่าสุดจะพรรณนา จึงได้มีผู้ทำปลอมและเรียนแบบกันมาตลอด ในแผงพระทั่วๆ ไปมักจะมีพระสมเด็จอยู่เสมอ ผมขอพูดได้อย่างดังๆ ว่า ถ้าเป็นพระสมเด็จแท้จะไม่มีวางจำหน่ายตามแผงพระเด็ดขาด (นอกจากศูนย์พระต่างๆ เท่านั้น) อาจจะมี

เราสามารถแยกประเภทของพระออกได้ ดังนี้

1. ประเภทบรรจุกรุ - และประเภทไม่บรรจุกรุ
2. ประเภทพระแท้ - และประเภทพระปลอม (เก๊) พระเทียมเลียนแบบ
3. ประเภทพระเก่า - และประเภทพระใหม่
4. ประเภทเข้าพิธีพุทธาภิเศก - ประเภทไม่เข้าพิธีพุทธาภิเศก
5. ประเภทสร้างครั้งเดียว - และประเภทสร้างหลายครั้งหลายหน (เสริม)



สำหรับความเข้าใจเกี่ยวกับ พระเครื่อง-พระบูชา ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ ยังมีรายละเอียด และข้อมูลที่น่าสนใจอีกมากมาย...และสำหรับท่านที่มีข้อมูลที่น่าสนใจ ท่านสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาแลกเปลี่ยน เพื่อเป็นแหล่งศึกษา และให้ความรู้ได้อย่างกว้างขวางได้มากยิ่งขึ่น

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล
www.soonphra.com
ศูนย์พระดอทคอม
คลังข้อมูลพระเครื่องออนไลน์

เผยแพร่  โดย โชคมณเทียร
บันทึกการเข้า

Re: ความเข้าใจเกี่ยวกับ พระเครื่อง-พระบูชา 171.96.179.11
suabsak
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 10, 2015, 08:42:19 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
ส่งหัวข้อนี้
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
 
พระไทย อมูเลท
1213 ถ.อิสระภาพ เชิงสะพานเจริญพาสน์ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600
พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย siammodify.com , web-thai.com